การดำเนินธุรกิจอย่างเคารพต่อสิทธิมนุษยชน
กลุ่มธนชาตถือหลักการสำคัญที่จะเคารพสิทธิมนุษยชนและจะปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียโดยคำนึงถึงความเสมอภาคเท่าเทียม และไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งความเหมือนหรือความแตกต่างของเพศ สีผิว เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา เผ่าพันธุ์ ภาษา วัฒนธรรม ความเห็นต่าง สถานะทางสังคม เพศวิถี เพศสภาพ ความพิการ หรือสถานะอื่นใด รวมทั้งจะไม่สนับสนุนและต่อต้านการกระทำที่เป็น การละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยจัดให้มีนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนและมีการทบทวนนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำ รวมถึงมีการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานอย่างเหมาะสมต่อการดำเนินธุรกิจของกลุ่มธนชาต เพื่อให้แน่ใจว่าทุกขั้นตอนในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มธนชาต รวมไปถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตลอดห่วงโซ่อุปทานจะไม่มีการกระทำใด ๆ ที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

โดยบริษัทฯ ดำเนินการวิเคราะห์ประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กับการติดตามและรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
| ประเด็นความเสี่ยง ด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ |
กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย | แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยง |
|---|---|---|
| ข้อมูลรั่วไหลและการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด |
|
|
| ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลพนักงาน |
|
|
| การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน โดยคำนึงถึงด้านสิทธิมนุษยชน |
|
|

นอกจากนี้ บริษัทฯ เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียนผ่านช่องทางที่บริษัทฯ กำหนด หากมีเหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับกรรมการ ผู้บริหาร พนักงานของบริษัทฯ หรือบริษัทในกลุ่ม บริษัทฯ จะดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขข้อร้องเรียนดังกล่าว พร้อมทั้งกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำในอนาคต รวมถึงแนวทางเยียวยาผู้เสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างสมเหตุสมผลและตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยจะดำเนินการลงโทษทางวินัยกับผู้กระทำผิดตามที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับการทำงานของบริษัทฯ
ทั้งนี้ ในปี 2568 กลุ่มธนชาตไม่ได้รับการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงไม่มีเหตุการณ์ข้อพิพาทด้านสิทธิมนุษยชนที่อยู่ระหว่างการแก้ไขเยียวยา