
การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ
กลุ่มธนชาตดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นความท้าทายระดับโลกที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงเสถียรภาพของภาคธุรกิจในระยะยาว
ด้วยเหตุนี้ กลุ่มธนชาตจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการและลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงและทางอ้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อสนับสนุนการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
การวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
กลุ่มธนชาตให้ความสำคัญกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องในระยะสั้น ระยะยาว และตลอดห่วงโซ่คุณค่า บริษัทฯ จึงดำเนินการประเมินความเสี่ยง ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาจากทั้งความเสี่ยงด้านกายภาพ (Physical Risks) เช่น ความถี่และความรุนแรงของเหตุการณ์สภาพอากาศ สุดขั้วที่อาจกระทบ ต่อโครงสร้างพื้นฐาน การปฏิบัติงาน และความต่อเนื่อง ทางธุรกิจ รวมถึงความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks) อันเนื่องมาจากการปรับเปลี่ยนสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เช่น การเปลี่ยนแปลง กฎระเบียบ ด้านสิ่งแวดล้อม มาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG ตลอดจน ความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นจากผู้มีส่วนได้เสียทั้งภาครัฐ นักลงทุน ลูกค้า และสังคม
ผลการประเมินความเสี่ยงถูกนำไปบูรณาการเข้ากับกระบวนการบริหาร ความเสี่ยงขององค์กร (Enterprise Risk Management – ERM) เพื่อให้สามารถ ติดตาม วิเคราะห์ และทบทวนความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ สภาพภูมิอากาศ ได้อย่างสม่ำเสมอ สอดคล้องกับบริบทและปัจจัยภายนอก ที่เปลี่ยนแปลงไป
เพื่อรองรับความเสี่ยงสำคัญดังกล่าว บริษัทฯ ได้จัดทำแผนบริหารจัดการ ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครอบคลุมทั้งมาตรการ ในการลดผลกระทบ การเตรียมความพร้อมและการตอบสนองหากเกิดเหตุการณ์ที่มีนัยสำคัญ โดยมุ่งให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เปิดเผยแผนดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ เพื่อสร้างความโปร่งใสและ ให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง สภาพภูมิอากาศได้อย่างครบถ้วน


เป้าหมายลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก
กลุ่มธนชาตกำหนดแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นส่วนหนึ่งของ การดำเนินงานด้านความยั่งยืน โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ทั้งนี้ การดำเนินงานของกลุ่มธนชาตสนับสนุนทิศทางเป้าหมายระยะยาวของประเทศในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 โดยเป้าหมายและแนวทางดังกล่าวอาจมีการทบทวนหรือปรับเปลี่ยนได้ตามปัจจัยและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องในอนาคต
ผลการดำเนินงานด้านก๊าซเรือนกระจก
(โดยขอบเขตของข้อมูลครอบคลุมบริษัทฯ ราชธานีลิสซิ่ง และธนชาตประกันภัย)
| ตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
|---|---|---|---|
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 2) | |||
| ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (tCO2e) | 723 | 765 | 727 |
| อัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น (ลดลง) (ร้อยละ) | - | 5.81 | 0.53 |
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อจำนวนพนักงาน (tCO2e ต่อคน) | 0.48 | 0.50 | 0.48 |
| อัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้น (ลดลง) (ร้อยละ) | - | 3.55 | (0.66) |
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 3) | |||
| ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (tCO2e) | 56.82 | 57.05 | 53.98 |
| อัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น (ลดลง) (ร้อยละ) | - | 0.41 | (5.00) |
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อจำนวนพนักงาน (tCO2e ต่อคน) | 0.04 | 0.04 | 0.04 |
| อัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้น (ลดลง) (ร้อยละ) | - | (2.09) | (6.77) |
หมายเหตุ:
- อัตราการเพิ่มขึ้น (ลดลง) เปรียบเทียบข้อมูลกับปีฐานในปี 2566 (เปลี่ยนปีฐานจากเดิมปี 2565 เนื่องจากบริษัทฯ มีการเปลี่ยนแปลงบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจสำคัญ และมีการขยายพื้นที่สำนักงานของบริษัทในกลุ่ม) โดยขอบเขตของข้อมูลครอบคลุม บริษัทฯ ราชธานีลิสซิ่ง และธนชาตประกันภัย
- การใช้น้ำ การใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการขยายพื้นที่สำนักงานของบริษัทในกลุ่ม
- การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 2 (Scope 2) เป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในองค์กรและขอบเขตที่ 3 (Scope 3) เป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้น้ำและกระดาษ โดยอ้างอิงวิธีการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Footprint) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
- บริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อให้สามารถเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1

