การปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม

กลุ่มธนชาตมีการดำเนินการที่เกี่ยวข้องในประเด็นการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม โดยมีมาตรฐานการปฏิบัติดังนี้
01
ปฏิบัติเกี่ยวกับการจ้างงานพนักงานอย่างมีมาตรฐาน เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีการกำหนดนโยบายและระเบียบที่ชัดเจน รวมทั้งมีกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติต่าง ๆ ก่อนรับเข้าทำงาน
02
ระเบียบด้านทรัพยากรบุคคลของกลุ่มธนชาตมีความสอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานที่เกี่ยวข้อง และได้มีการสื่อสารให้พนักงานทุกคนรับทราบอย่างทั่วถึง
03
กำหนดชั่วโมงการทำงานและการทำงานล่วงเวลาให้เป็นไปตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด
04
ไม่เอื้อประโยชน์หรือลิดรอนสิทธิของพนักงานอย่างไม่เป็นธรรม อันมีสาเหตุมาจากเรื่องเชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา สถานะทางสังคม ความแตกต่างทางเพศ อายุ ความพิการหรือทุพพลภาพ และมีนโยบายที่กำหนดมาตรการป้องกัน และแก้ปัญหาเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศไว้อย่างชัดเจน
05

มีการจ้างงานผู้พิการโดยตรง และการจ้างเหมาบริการผู้พิการผ่านมูลนิธิเมาไม่ขับ สนับสนุนงานให้กับคนพิการต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อสร้างโอกาสในการทำงาน ช่วยให้ผู้พิการและครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและพึ่งพาตนเองได้ และสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน ตลอดจนสร้างคุณค่าในตนเอง ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม นอกจากนี้ ผู้พิการที่ทำงานกับกลุ่มธนชาตหรือผู้พิการที่มาติดต่องานกับกลุ่มธนชาต ได้จัดให้มีการดูแลผู้พิการในเรื่องอาคารและสถานที่ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเหมาะสม จัดให้มีที่จอดรถสำหรับคนพิการ และทางลาดสำหรับผู้พิการที่ต้องใช้รถเข็น

06
สนับสนุนการฝึกงานของนิสิต/นักศึกษา เพื่อเป็นการวางรากฐานสำหรับอนาคตที่เปิดโอกาสให้องค์กรเข้าถึงคนที่มีฝีมือ นอกจากนี้ นิสิต/นักศึกษาฝึกงานยังช่วยให้องค์กรมีกำลังคนมากขึ้น ช่วยให้พนักงานฝึกฝนการเป็นผู้นำ ช่วยให้องค์กรได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ ทางธุรกิจของคนรุ่นใหม่มากขึ้น และทำให้องค์กรมีตัวเลือกในการหาพนักงานมากขึ้น (Candidate Pool)
07
เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 96 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 บริษัทฯ จัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ โดยมีตัวแทนพนักงานเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ มีวาระคราวละ 2 ปี มีหน้าที่ดังนี้
08
จัดทำระเบียบข้อบังคับ คู่มือจรรยาบรรณ และนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อใช้ปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย เช่น ผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร พนักงาน คู่ค้า เป็นต้น ในการปฏิบัติตามข้อกําหนด แนวทาง และขั้นตอนการปฏิบัติงาน ตามหลักความโปร่งใส และปราศจากการทุจริต
09
ส่งเสริมแนวทางทวิภาคีในองค์กร เพื่อให้เกิดการปรึกษาหารือ รวมกลุ่ม เสนอแนะ และเจรจาระหว่างองค์กรกับผู้แทนพนักงาน คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ คณะกรรมการลูกจ้างเพื่อให้มีการนำข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ไปปรับใช้ และสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างพนักงานกับบริษัท รวมทั้งมีการจัดโครงสร้างของหน่วยงานทรัพยากรบุคคลกลางให้มีหน่วยงาน Business Partner ซึ่งมีหน้าที่หลักในการดูแลพนักงานให้อยู่กับองค์กรได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพในการทำงาน
10
เพื่อให้เป็นไปตมมาตรา 96 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 บริษัทฯ จัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ โดยมีตัวแทนพนักงานเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ มีวาระคราวละ 2 ปี หน้าที่ดังนี้

ร่วมหารือกับบริษัทฯ เพื่อจัดสวัสดิการแก่พนักงาน

ให้คำปรึกษาหารือและเสนอแนะความเห็นแก่บริษัทฯ ในการจัดสวัสดิการสำหรับพนักงาน

ตรวจตรา ควบคุม ดูแล การจัดสวัสดิการที่บริษัทฯ จัดให้แก่พนักงาน

เสนอข้อคิดเห็นและแนวทางในการจัดสวัสดิการที่เป็นประโยชน์สำหรับพนักงานต่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงาน

โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้ส่งเสริมให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ จำนวน 4 ครั้ง

การดูแลสุขภาพพนักงาน

กลุ่มธนชาตตระหนักในการดูแลให้พนักงานทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง และสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้สะดวก เพราะสุขภาพที่ดีของพนักงานจะสนับสนุนให้การดำเนินงานขององค์กรมีประสิทธิภาพ กลุ่มธนชาตจึงใส่ใจในสุขภาพพนักงาน ทั้งด้านส่งเสริมการดูแลรักษาสุขภาพพนักงาน โดยมีมาตรการป้องกันเพื่อสร้างความตระหนักและลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ รวมถึงมาตรการสนับสนุนเพื่อดูแลให้พนักงานมีสุขภาพที่ดี ดังนี้
การจัดสวัสดิการห้องพยาบาลและจัดให้มีพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติงานประจำห้องพยาบาล เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานที่มีการเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือเจ็บป่วยเล็กน้อย โดยให้บริการปฐมพยาบาลเบื้องต้น มีอุปกรณ์การรักษาพยาบาลเบื้องต้น ยาแผนปัจจุบัน รวมทั้งให้คำปรึกษาและข้อแนะนำต่าง ๆ กับพนักงาน
การจัดตรวจสุขภาพประจำปี พบแพทย์เพื่ออ่านผลตรวจสุขภาพและให้คำแนะนำในการดูแลรักษาสุขภาพ เพื่อให้พนักงานได้รับความสะดวกและมีโอกาสในการตรวจสุขภาพอย่างทั่วถึงและเพื่อให้พนักงานตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาสุขภาพของตนเอง รวมทั้งยังมีสวัสดิการสำหรับการตรวจคัดกรองโรคร้ายประเภทต่าง ๆ เช่น การตรวจมะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก การตรวจมะเร็งเต้านม รวมถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่แพร่ระบาด เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่พนักงานว่าจะมีสุขภาพที่ดี ไม่เจ็บป่วย

โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพนักงาน (Wellbeing Program)

นอกเหนือจากการดูแลและควบคุมสภาพแวดล้อมในการทำงาน ยังดำเนินโครงการ Wellbeing ประจำปี 2568 เพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพนักงานในเชิงป้องกันและองค์รวม ครอบคลุมมิติด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และความมั่นคงทางการเงิน เพื่อสนับสนุนให้พนักงานทุกช่วงวัยสามารถปรับตัว เติบโต และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน โดยโครงการดังกล่าวประกอบด้วยกิจกรรมหลัก 3 ด้าน ได้แก่
Happy Wealth
มุ่งส่งเสริมความรู้และทักษะด้านการบริหารจัดการการเงิน การออม และการลงทุนที่เหมาะสมกับพนักงานในแต่ละช่วงวัย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ลดความเครียดด้านเศรษฐกิจส่วนบุคคล และสนับสนุน สุขภาวะที่ดีของพนักงาน โดยจัดกิจกรรมให้ความรู้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน เช่น การวางแผนการเงิน การลงทุนระยะสั้นและระยะยาวการเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณรวมถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสวัสดิการด้านการออม เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
Happy Life
ส่งเสริมสุขภาวะด้านจิตใจและความสัมพันธ์ในองค์กร ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เสริมสร้างแรงบันดาลใจและความผูกพันระหว่างสายงาน รวมถึงโปรแกรมดูแลสุขภาพกายและจิตใจ (Healthy Mind, Healthy Life Wellness Program) ที่มุ่งเน้นการดูแลร่างกาย โภชนาการ และสุขภาพจิต เพื่อช่วยลดความเครียดและเสริมสร้างพลังบวกในการทำงาน
Happy Future
สนับสนุนการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว และการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต ผ่านกิจกรรม Retreat ระยะสั้นที่ช่วยให้พนักงานได้ผ่อนคลายและทบทวนเป้าหมายชีวิต รวมถึงโครงการ Happy Retirement ที่มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากพนักงานรุ่นปัจจุบันสู่รุ่นใหม่ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมด้านการเงินและการใช้ชีวิตหลังเกษียณเพื่อสร้างความมั่นใจและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
การดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพของพนักงาน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มธนชาต ในการดูแลสุขภาวะของพนักงานอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านของสภาพแวดล้อมการทำงานและคุณภาพชีวิต ซึ่งมีส่วนช่วยลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ เสริมสร้างความพร้อมในการทำงาน และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว

การดูแลความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

กลุ่มธนชาตให้ความสำคัญด้านการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยมีนโยบายในการดูแลสภาพการทำงานและสวัสดิการให้แก่พนักงานตามหลักอาชีวอนามัย รวมทั้งมีแนวทางปฏิบัติในการส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่และสร้างกระหนักรู้ในเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้กับผู้บริหารและพนักงานตลอดจนควบคุมกำกับดูแลให้มีการจัดทำแผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ ดังนี้
พนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง และมาตรฐานเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ตามที่หน่วยงานทางการและบริษัทกำหนด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และการเจ็บป่วยจากการทำงาน รวมถึงบริหารจัดการและลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของพนักงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานภายใต้การกำกับดูแลของบริษัทอย่างเป็นระบบ
บริหารจัดการดูแลสถานประกอบกิจการและพนักงานให้มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงานไม่ให้พนักงานได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ และสุขภาพอนามัย
โดยในปี 2568

จำนวนพนักงานที่ได้รับอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยที่เกิดจากการทำงาน

ไม่มี

การร้องเรียนด้านสุขภาวะ ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่มีนัยสำคัญ

ไม่พบ
กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างชัดเจน โดยมีคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นกลไกหลักในการกำหนดนโยบาย กำกับติดตาม และทบทวนผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน จัดให้มีการประชุมเป็นประจำทุกเดือนเพื่อทบทวนเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัย วิเคราะห์สาเหตุของเหตุการณ์ และกำหนดมาตรการป้องกัน (Preventive Action) และแก้ไข (Corrective Action) อย่างเหมาะสม พร้อมติดตามผลการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานขององค์กรอย่างเป็นระบบ
จัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) เพื่อทำหน้าที่กำกับ ดูแล ส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพครอบคลุมการปฏิบัติตามกฎหมาย การเฝ้าระวังความเสี่ยง และการสื่อสารด้านความปลอดภัยภายในองค์กร โดยการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ในการทำงานดังกล่าวเป็นไปตามกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ. 2565
กำหนดให้ผู้บริหารและพนักงานเข้ารับการอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับบริหารและระดับหัวหน้างานและหลักสูตรอบรมด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้กับผู้บริหารและพนักงานทุกคน
จัดให้มีการฝึกอบรมและการซ้อมแผนฉุกเฉินด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมของพนักงานในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้ดำเนินการซ้อมกรณีเกิดแผ่นดินไหว ซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ ณ อาคารสำนักงานใหญ่ ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการทบทวนและเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย (Incident) รวมถึงข้อสังเกตที่พบจากการซ้อมและการปฏิบัติงานจริง เพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงแผนการฝึกอบรม ขั้นตอนการปฏิบัติ และมาตรการป้องกันและแก้ไขอย่างเหมาะสม พร้อมทั้ง มีการตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ฉุกเฉินเป็นประจำทุกเดือน เพื่อยกระดับความพร้อมและลดความเสี่ยงจากการเกิดเหตุซ้ำอย่างต่อเนื่อง

การพัฒนาบุคลากร

มุ่งเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในองค์กรธุรกิจการเงินที่มีความหลากหลาย โดยยึดการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริงเป็นแกนหลัก เชื่อมโยงการพัฒนาคนเข้ากับภารกิจหน้าที่ เป้าหมายทางธุรกิจ และกรอบการกำกับดูแลอย่างเป็นระบบเริ่มจากการสร้างฐานความรู้และกรอบความคิดร่วมด้านธุรกิจการเงิน ธรรมาภิบาล และการบริหารความเสี่ยงของทั้งกลุ่มองค์กร ก่อนต่อยอดสู่ การพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะตามสายธุรกิจ ควบคู่กับการเสริมขีดความสามารถด้านดิจิทัล การใช้ข้อมูล และการพัฒนาผู้นำ โดยลดการพึ่งพา การอบรมในชั้นเรียนเพียงอย่างเดียว และให้ความสำคัญกับบทบาทของหัวหน้างานในการสร้างโอกาสการเรียนรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ และส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อพัฒนาองค์กรให้มีบุคลากรที่มีความสามารถ มีจริยธรรม และพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจการเงินอย่างยั่งยืน

แนวทางดำเนินงานด้านฝึกอบรม

มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้เกิดความเชี่ยวชาญจากการปฏิบัติงานจริง ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันในกระบวนการทำงาน และเสริมด้วยการฝึกอบรมที่มีความจำเป็น โดยลดการพึ่งพาการฝึกอบรมในชั้นเรียนเป็นศูนย์กลาง และให้ความสำคัญกับการออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องและเชื่อมโยงกับงานจริง
การจัดฝึกอบรมดำเนินการโดยยึดแนวคิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามกรอบ 70–20–10 เป็นทิศทางหลัก โดยให้ความสำคัญกับการเรียนรู้จากประสบการณ์ การทำงานจริงเป็นแกนกลางเชื่อมโยงการพัฒนาบุคลากรเข้ากับภารกิจหน้าที่และเป้าหมายทางธุรกิจขององค์กร พร้อมทั้งกำหนดบทบาทของหัวหน้างานให้เป็น ผู้สนับสนุนและสร้างโอกาสในการเรียนรู้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา
นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้อื่น สร้างบรรยากาศการให้คำแนะนำและข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่องในสายงาน สนับสนุน การแบ่งปันองค์ความรู้ และการรวมกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามลักษณะงาน รวมถึงการถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านระบบพี่เลี้ยงและการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเพื่อนร่วมงาน
สำหรับการฝึกอบรมอย่างเป็นทางการ ใช้ในลักษณะที่เหมาะสมและมีเป้าหมายชัดเจน เพื่อวางรากฐานความรู้ กรอบความคิด และมาตรฐานการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกัน เน้นหลักสูตรที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานจริงได้ทันที และลดการอบรมเชิงทฤษฎีที่ไม่สอดคล้องกับบริบทของงานและการดำเนินงานขององค์กร
ในปี 2568 กลุ่มธนชาตมุ่งเน้นกระบวนการสร้างและต่อยอดศักยภาพของบุคลากรอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง มุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่จำเป็นต่อการทำงานในยุคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ส่งเสริมให้พนักงานเรียนรู้จากประสบการณ์จริงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการทำงานร่วมกันพร้อมสนับสนุน เครื่องมือ เทคโนโลยี และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดเวลาการเรียนรู้ถูกเชื่อมโยงกับเป้าหมาย กลยุทธ์ และทิศทางขององค์กรอย่างชัดเจน ช่วยให้บุคลากรสามารถปรับตัว แก้ปัญหา และสร้างนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่องค์กรที่มีความพร้อม แข่งขันได้ และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดังต่อไปนี้

เป็นการพัฒนาความรู้และกรอบความคิดพื้นฐานที่พนักงานทุกคนควรมีร่วมกัน เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของกลุ่มธุรกิจการเงิน ความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจเช่าซื้อ ประกันภัย/ประกันชีวิต หลักทรัพย์ สินเชื่อที่มีหลักประกัน การบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และการลงทุน ตลอดจนหลักธรรมาภิบาล จริยธรรม การบริหารความเสี่ยง การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อสร้างมาตรฐานร่วมและวัฒนธรรมการทำงานที่สอดคล้องกันทั้งองค์กร

เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบและยกระดับมาตรฐานในการให้บริการลูกค้า ภายใต้แนวคิด Customer Centricity เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการทางการเงินที่ตรงกับความต้องการและเหมาะสมกับความเสี่ยงที่ลูกค้าสามารถรับได้ ตลอดจนอยู่ภายใต้เงื่อนไขและกฎระเบียบของทางการอย่างถูกต้องและโปร่งใส โดยประกอบด้วย

2.1 การฝึกอบรมหลักสูตรความรู้ด้านผลิตภัณฑ์ (Product Knowledge)

เพื่อให้พนักงานมีความรู้ ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ขององค์กรที่มีการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าได้อย่างเหมาะสม ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างแท้จริง

2.2 การฝึกอบรมในด้านโครงสร้างพื้นฐานของระบบงานต่าง ๆ

เพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เช่น การฝึกอบรมระบบการบริหารจัดการลูกค้า เพื่อการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ระบบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ และระบบการสั่งซื้อ - ขายผลิตภัณฑ์ด้านการประกันภัยและประกันชีวิต เป็นต้น รวมถึงการให้ความรู้ ความเข้าใจแก่พนักงานในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งมีการพัฒนาก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง มีการอบรมและสัมมนาเรื่องแนวคิดและทักษะการคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ (Innovation) ให้กับพนักงาน เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และกระบวนการทำงานที่มีการตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัลได้อย่างทันเวลา

2.3 การฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

เช่น หลักสูตรผู้แนะนำการลงทุนด้านหลักทรัพย์ นายหน้าประกันวินาศภัย นายหน้าประกันชีวิต และความรู้เกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Link) เป็นต้น

2.4 การฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบของทางการ

เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้บริหารและพนักงาน สามารถบริหารและปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎระเบียบที่ถูกต้องอย่างแท้จริง โดยมีการวัดผลการเรียนรู้ภายหลังเสร็จสิ้นการอบรม เช่น หลักสูตรความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หลักสูตรความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence: CDD) หลักสูตรการกำกับดูแลกิจการที่ดีและมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชัน (CG & Anti-Corruption) ซึ่งว่าด้วยเรื่องของนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการต่อต้านการคอร์รัปชัน โดยร่วมมือกับภาครัฐบาลเพื่อสร้างจริยธรรมและความเป็นธรรมทางธุรกิจ อันส่งผลต่อการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ

ผู้บริหารถือเป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายและกลยุทธ์ขององค์กร กลุ่มธนชาตจึงได้จัดให้มีการอบรมและพัฒนาทักษะ ในการบริหารจัดการและภาวะผู้นำแก่ผู้บริหารในแต่ละระดับอย่างจริงจังและต่อเนื่อง มุ่งพัฒนาผู้บริหารและผู้นำทุกระดับให้สามารถ ขับเคลื่อนองค์กรธุรกิจการเงินที่มีความหลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ข้อจำกัดด้านต้นทุน การกำกับดูแล และความเสี่ยง โดยหลักสูตรสำหรับผู้บริหารระดับสูงและระดับกลางให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์บนฐานข้อมูลและความเสี่ยง รวมถึงการบริหารทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่าและผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็น รูปธรรม ขณะเดียวกันมีการจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล (IDP) สำหรับบุคลากรหลักขององค์กร โดยมุ่งพัฒนามุมมองการทำงานเชิง กลยุทธ์ ความเป็นเจ้าของงาน (Ownership) การสร้างความไว้วางใจ (Trust) และความสามารถในการขับเคลื่อนผลลัพธ์ที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลิตภาพในระยะยาว

สำหรับผู้บริหารและหัวหน้างานมือใหม่ การพัฒนาจะเน้นทักษะการบริหารจัดการพื้นฐานที่จำเป็นต่อการทำงานจริง ได้แก่ การกำหนด เป้าหมายและถ่ายทอดเป้าหมายให้ทีมเข้าใจอย่างชัดเจน การสื่อสารและให้ข้อเสนอแนะรายบุคคลอย่างต่อเนื่อง การคัดเลือกและสรรหาบุคลากรให้เหมาะสมกับบทบาทและบริบทของธุรกิจ ตลอดจนการจัดทำและติดตามแผนพัฒนารายบุคคล เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการเป็นผู้นำที่สามารถบริหารคน บริหารงาน และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน โดยมุ่งหวังให้มีการเรียนรู้แบบผสมผสาน เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาบุคลากรให้พร้อมต่อการดำเนินธุรกิจและให้บริการลูกค้าด้วยวิธีการเรียนรู้ เช่น

4.1 การสอนงาน (Coaching)

โดยผู้บังคับบัญชา เพื่อให้คำปรึกษา แนะนำ รวมถึงถ่ายทอดประสบการณ์ต่าง ๆ ให้กับผู้ที่ได้รับการสอนงาน ให้สามารถปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4.2 การเรียนรู้จากการฝึกปฏิบัติงานจริง (On the Job Training)

ซึ่งพนักงานจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตลอดจนร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยมีผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษาให้คำเสนอแนะ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้องและเกิดประโยชน์ต่อองค์กร

4.3 Microlearning (ผ่าน Vonder Application)

รูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นเนื้อหาสั้น กระชับ และตรงประเด็น ใช้เวลาน้อยในการเรียนรู้ในแต่ละครั้ง เพื่อให้พนักงานสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ทันทีผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

4.4 Knowledge Management / Knowledge Sharing

กระบวนการรวบรวม จัดเก็บ ถ่ายทอด และนำองค์ความรู้ที่มีอยู่ภายในองค์กร ทั้งความรู้เชิงทฤษฎีและความรู้จากประสบการณ์ การทำงานมาใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดการสูญเสียความรู้ขององค์กร

นอกเหนือจากองค์ประกอบข้างต้น กลุ่มธนชาตมีการดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่พนักงานใหม่ โดยพนักงานใหม่ทุกคนจะต้องเข้ารับการอบรมหลักสูตรปฐมนิเทศ เนื้อหาประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ค่านิยมหลัก โครงสร้างองค์กร การปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และข้อมูลด้านสวัสดิการพนักงาน เพื่อให้พนักงานใหม่ได้เรียนรู้ภาพรวมธุรกิจ ทิศทาง กลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถปรับตัวเข้ากับกลุ่มธนชาต สร้างความผูกพันระหว่างเพื่อนร่วมงานและองค์กร อันเป็นรากฐานของการรักษาบุคลากรใหม่ให้อยู่กับองค์กรต่อไป

ตัวอย่างการจัดฝึกอบรมของบริษัทในกลุ่มธนชาตในปี 2568

บริษัทฯ

  • จัดการฝึกอบรมหลักสูตรสำหรับผู้บริหารและหัวหน้างาน ได้แก่ โครงการ Leadership Skills Training 2025 ประกอบไปด้วยหัวข้อการอบรม ดังนี้ หลักสูตร Critical Thinking for Complex Problem Solving and Decision Making และ หลักสูตร Team Collaboration
  • จัดการฝึกอบรมหลักสูตรสำหรับพนักงาน ได้แก่ หลักสูตร Integrating Cybersecurity, AI & Quantum Risk into Enterprise Risk Management (ERM) ประกอบด้วยหัวข้อการอบรม ดังนี้ สร้างความรู้ความเข้าใจด้าน Cybersecurity Risk, AI Governance และ Quantum Risk, เชื่อมโยง Cyber Risk เข้ากับ Enterprise Risk Management (ERM) อย่างมีประสิทธิภาพ เรียนรู้ Best Practices ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลขององค์กร
  • จัดอบรมหลักสูตรส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน ได้แก่ หลักสูตรการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (Basic Life Support: BLS)

โดยมีผู้บริหารและพนักงานเข้ารับการฝึกอบรมทั้งการอบรมภายในและภายนอก เฉลี่ย 10.6 ชั่วโมงต่อคนต่อปี

ราชธานีลิสซิ่ง

จัดการฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาทักษะและศักยภาพในการทำงาน จำนวน 19 หลักสูตร เช่น หลักสูตรแนวทางการดำเนินคดีเช่าซื้อและประเด็นทางกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจเช่าซื้อ หลักสูตร ChatGPT and Generate AI for work และหลักสูตร POWER BI เป็นต้น และในปี 2568 มีตัวแทนพนักงานเข้ารับการอบรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 5 หลักสูตร ได้แก่

  1. เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม
  2. PM 2.5 ภัยใกล้ตัว น่ากลัวกว่าที่คิด
  3. การออกแบบสื่อด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไรให้ (ไม่) น่าสนใจ
  4. ปฏิบัติการขยะเหลือศูนย์
  5. การบริโภคอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ พนักงานที่เข้ารับการอบรมจะนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดให้เพื่อนพนักงานและปรับใช้ในองค์กรต่อไป โดยมีผู้บริหารและพนักงานเข้ารับการฝึกอบรมเฉลี่ย 4.21 ชั่วโมงต่อคนต่อปี

ธนชาตประกันภัย

  • จัดอบรมและพัฒนาบุคลากรของธนชาตประกันภัย จำนวน 75 หลักสูตร โดยยึดหลักความสามารถ (Competency Based) โดยรูปแบบความสามารถมี 3 ส่วน ประกอบด้วย
    1. Managerial and Leadership Competency ทักษะความสามารถของภาวะการเป็นผู้นำ โดยกำหนดให้มีในพนักงานตั้งแต่ระดับหัวหน้างานขึ้นไป ซึ่งมีระดับของความคาดหวังที่แตกต่างกันในแต่ละระดับ เช่น หลักสูตร The Power of Goal Setting, One on One Feedback, The Power of Recruitment and Interview, Individual Development for Success และโครงการ TNI Future Leader
    2. Functional Competency ความสามารถเฉพาะของแต่ละสายอาชีพและกลุ่มลักษณะงานที่มีทักษะความรู้ความสามารถที่ใกล้เคียงกัน เช่น หลักสูตร The Power of Close and Top Sales, สถาปัตยกรรมองค์กรด้วย Archi: การพัฒนาโมเดลขั้นสูงและการประยุกต์ใช้งาน, Project Management in Practice และมาตรฐานการให้บริการทางโทรศัพท์
    3. BOOTS UP เพื่อตอบโจทย์องค์กรในอนาคต Recommend by Generations เช่น ChatGPT and AI Mastery, Critical Thinking & Problem Solving, Time Management for Productivity, Growth Mindset
  • จัดอบรมออนไลน์เรื่อง IT Security and Cybersecurity Awareness ประจำปี 2568 และหลักสูตรการสร้างความตระหนักเรื่องความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ครบถ้วนร้อยละ 100
  • จัดอบรมออนไลน์เรื่อง Good Corporate Governance & Anti-Corruption พนักงานทุกคนผ่านการอบรมและการทดสอบความรู้เกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการต่อต้านคอร์รัปชัน โดยบริษัทมีการกำกับดูแลกิจการที่ดีโปร่งใส
  • จัดอบรมออนไลน์เรื่องการบริหารความเสี่ยงให้กับผู้บริหารและพนักงาน มีความรู้เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงครบถ้วนร้อยละ 100 เพื่อให้สามารถรับมือและฟื้นตัวจากภาวะวิกฤตได้อย่างราบรื่น
  • จัดอบรม PDPA ให้พนักงานทุกคน ทุกระดับ เพื่อรับฟังนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง โดยพนักงานจะต้องสอบผ่านร้อยละ 100 รวมถึงพนักงานใหม่ จะมีการจัดอบรมช่วงปฐมนิเทศพนักงานใหม่เป็นประจำทุกไตรมาส

ที ไลฟ์

จัดการฝึกอบรมหลักสูตรสำหรับผู้บริหารและหัวหน้างาน ได้แก่ Synergy in Action: Building Winning Teams, Manager Roles, Unlock Your Sale, Keyman Insurance, PDPA in Action (ความรู้เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 เรื่อง สัญญาประกันภัย (IFRS17)

การวัดระดับความผูกพันที่มีต่อองค์กร

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จขององค์กร จึงกำหนดให้มีการประเมินความพึงพอใจและความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรทุก 2 ปี เพื่อนำผลที่ได้มาวิเคราะห์และพัฒนาแนวทางการดูแลพนักงาน รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารทรัพยากรบุคคล
จากการสำรวจ VOE (Voice of Employees) ในปี 2568 พบว่ามีพนักงานตอบแบบสอบถามคิดเป็นร้อยละ 100 ของพนักงานทั้งหมดโดยผลคะแนนความพึงพอใจและความผูกพันเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 77 จากผลการสำรวจดังกล่าว บริษัทฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการ VOE (VOE Action Plan) เพื่อปรับปรุงและยกระดับความพึงพอใจและความผูกพันของพนักงาน ซึ่งการจัดทำแผนดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากหัวหน้างานของแต่ละหน่วยงานในการร่วมวางแผนและดำเนินการ พร้อมทั้งมีการติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2568 – 2569
ทั้งนี้ ในปี 2570 บริษัทฯ จะดำเนินการสำรวจ VOE อีกครั้ง โดยตั้งเป้าหมายให้คะแนนเฉลี่ยด้านความพึงพอใจในการทำงาน สภาพแวดล้อมในการทำงาน และความผูกพันต่อองค์กร อยู่ในระดับไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70

การประเมินผลการปฏิบัติงานและค่าตอบแทนพนักงาน

กลุ่มธนชาตมีกระบวนการในการประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน โปร่งใส โดยการกำหนดวิธีการและแบบประเมิน เป็นมาตรฐานของทุกหน่วยงาน ซึ่งจัดกลุ่มการประเมินการปฏิบัติงานของทั้งรายบุคคล ทีมงาน และ ผู้บริหาร อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ในการประเมินทุกหน่วยงานจะต้องกำหนดเป้าหมายหลักที่สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจหลักตามแผนงานของแต่ละปี (Department KPIs) และกำหนดตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานของรายบุคคล (Individual KPIs) และทีมงาน (Team KPIs) ให้สอดคล้อง เพื่อให้บรรลุ เป้าหมายหลักของแต่ละหน่วยงานที่กำหนด ซึ่งกระบวนการประเมินในลักษณะดังกล่าวจะเป็น การขับเคลื่อนการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานทั้งองค์กรให้บรรลุเป้าหมายการดำเนินธุรกิจหลักที่วางไว้ โดยมีการประเมินปีละ 2 ครั้ง เพื่อเป็นการติดตาม ผลการดำเนินการอย่างเหมาะสม และมีฝ่ายงานกลางที่ดูแล การประเมินทั้งองค์กรให้อยู่ในแนวทางที่กำหนด
สำหรับการจ่ายผลตอบแทน มีหลักเกณฑ์การจ่ายผลตอบแทนที่สอดคล้องกับลักษณะของงานที่แตกต่างกันออกไป โดยผลตอบแทนทั้งในรูปแบบเงินเดือนและเงินโบนัสประจำปี จะพิจารณาในรูปแบบและจำนวนที่เหมาะสมตามผลการประเมิน การปฏิบัติงาน อันเป็นการสร้างแรงจูงใจในการทำงานตามบทบาทหน้าที่และเป้าหมายที่กำหนดของแต่ละหน่วยงาน และมีอัตราที่สามารถแข่งขันกับธุรกิจในระดับเดียวกันได้ ทั้งนี้ ในปี 2568 มีพนักงานได้รับการประเมินผลการปฏิบัติงานคิดเป็นร้อยละ 100 ของพนักงานทั้งหมด
กลุ่มธนชาตมีการกำหนดผลตอบแทนให้กับพนักงานตามผลงาน ความรู้ ความสามารถ และความรับผิดชอบ ตลอดจน จัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม เป็นธรรม และเทียบเคียงกับบริษัทในตลาดแรงงาน โดยมีการจ่ายผลตอบแทน ดังนี้
01
การจ่ายผลตอบแทนแบบคงที่ ได้แก่ เงินเดือน ค่าตำแหน่ง ค่าวิชาชีพ โดยมีการกำหนดโครงสร้างเงินเดือนให้มีความเหมาะสมกับลักษณะงานและหน้าที่ความรับผิดชอบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมภายในบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม และสูงกว่าอัตราค่าจ้างตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด รวมทั้งมีการปรับเงินเดือนประจำปีตามสถานการณ์ของอุตสาหกรรมและตลาดแรงงาน
02
การจ่ายผลตอบแทนแบบแปรผัน ได้แก่ การจ่ายโบนัสหรือเงินช่วยเหลือพิเศษตามผลการปฏิบัติงาน รวมถึงการให้รางวัลจูงใจ สำหรับโครงการต่าง ๆ ที่พนักงานมีส่วนร่วมในการผลักดันให้บริษัทบรรลุเป้าหมายที่กำหนด
03
สวัสดิการและสิทธิประโยชน์พนักงานบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม มีความมุ่งมั่นที่จะให้พนักงานมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีมีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน บริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม จึงได้กำหนดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ครอบคลุมในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

สวัสดิการพนักงาน

กลุ่มธนชาตมีสวัสดิการให้กับพนักงาน พนักงานสัญญาจ้าง และลูกจ้างชั่วคราว ดังนี้
สวัสดิการ พนักงานประจำ พนักงานสัญญาจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว
เงินเดือน
ค่ารักษาพยาบาล
**
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
**
ตรวจสุขภาพประจำปี
**
ประกันชีวิตและอุบัติเหตุ
**
สหกรณ์ออมทรัพย์
**
ค่าล่วงเวลา
ฝึกอบรม/พัฒนาพนักงาน/ทุนพนักงาน
เงินช่วยเหลือเพื่อจัดงานศพ
**
เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร
**
ค่าเช่าบ้าน
**
เงินกู้สวัสดิการพนักงาน
**
เบี้ยเสี่ยงภัย
เครื่องแบบพนักงาน
*
*

หมายเหตุ :

  1. พนักงานประจำ คือ พนักงานที่บรรจุเป็นพนักงานประจำของกลุ่มธนชาต
  2. พนักงานสัญญาจ้าง คือ พนักงานที่กลุ่มธนชาตทำการว่าจ้างโดยมีกำหนดระยะเวลาแน่นอน
  3. ลูกจ้างชั่วคราว คือ ลูกจ้างที่จ้างไว้ปฏิบัติงานที่มีลักษณะชั่วคราว หรือมีกำหนดจ้าง ซึ่งระยะเวลาการจ้างไม่เกิน 1 ปี
  4. * เฉพาะตำแหน่งที่กำหนด
  5. ** เฉพาะพนักงานบางตำแหน่งที่ได้รับ
บริษัทฯ จัดสวัสดิการให้แก่พนักงานอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน โดยมีรายละเอียดสวัสดิการพนักงาน ยกตัวอย่างเช่น

บริษัทฯ จัดให้มีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลให้กับพนักงานครอบคลุมทั้งกรณีผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ค่าทันตกรรม ค่าเลนส์สายตา ค่าคลอดบุตร ค่าทำหมัน การตรวจหามะเร็งต่าง ๆ รวมถึงการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรค โดยพนักงานสามารถใช้บริการรักษาพยาบาลได้ทั้งสถานพยาบาลของรัฐหรือสถานพยาบาลของเอกชน

บริษัทฯ จัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปี โดยมีรายการตรวจสุขภาพแบ่งตามช่วงอายุและความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตามช่วงวัย

บริษัทฯ และพนักงานได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกลุ่มธนชาตซึ่งจดทะเบียนแล้ว มีการบริหารจัดการและควบคุมดูแลโดย คณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งประกอบด้วย กรรมการฝ่ายนายจ้างซึ่งมาจากการแต่งตั้ง กรรมการฝ่ายลูกจ้างซึ่งมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกกองทุน เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีวินัยในการสะสมเงินออมในรูปแบบ Employee’s Choice โดยพนักงานสามารถเลือกจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนตามอัตราส่วนที่ต้องการ ตั้งแต่อัตราร้อยละ 2 - 15 ของเงินเดือนพนักงาน และบริษัทฯ สมทบในอัตราส่วนตามอายุงานของพนักงาน ตั้งแต่อัตราร้อยละ 3 - 10 ของเงินเดือนพนักงานเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อเป็นเงินสำรองในการยังชีพหลังเกษียณอายุการทำงานของพนักงานหรือว่างงาน

กลุ่มธนชาตเล็งเห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการเงินลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงาน จึงมีนโยบายเลือกผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด) ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ปฏิบัติตามหลัก ธรรมาภิบาลการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนสถาบัน (Investment Governance Code for Institutional Investors: I Code) และปฏิบัติตามหลักการลงทุนที่มีความรับผิดชอบ Principles for Responsible Investment (“PRI”) เป็นผู้จัดการกองทุน

ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ และบริษัทในกลุ่มมีพนักงานจำนวน 1,104 คน โดยมีพนักงานที่เข้าร่วมกองทุนสำรอง เลี้ยงชีพทั้งสิ้น 871 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 79

บริษัทฯ ส่งเสริมให้พนักงานเข้าร่วมเป็นสมาชิก “สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงาน ธนชาต จำกัด” เพื่อส่งเสริมการออมเงินของพนักงาน นอกจากนี้ พนักงานที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกสหกรณ์ยังได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น ประกันชีวิตกลุ่มและครอบครัว อัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับการฝากเงิน การขอกู้ยืมเงิน เป็นต้น

บริษัทฯ จัดให้มีสวัสดิการประกันชีวิตกลุ่มและประกันภัยอุบัติเหตุเดินทางให้กับพนักงานทุกคน เพื่อมอบความคุ้มครองให้กับพนักงานเพื่อเพิ่มความอุ่นใจในชีวิต โดยคุ้มครองกรณีพนักงานเสียชีวิตเนื่องจากเจ็บป่วยหรือการประสบอุบัติเหตุ ทำให้สูญเสียอวัยวะและสายตา หรือเสียชีวิต หรือทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร โดยได้รับความคุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง ทุกสถานที่ทั่วโลกทั้งในและนอกเวลางาน

บริษัทฯ จัดให้มีสวัสดิการเงินช่วยเหลืองานศพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือพนักงานในกรณีที่พนักงานเสียชีวิต บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของพนักงานเสียชีวิต บริษัทฯ จะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดงานศพ โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่กำหนด

ข้อมูลพนักงานกลุ่มธนชาต

ข้อมูลด้านสังคม หน่วย 2566 2567 2568
ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง
พนักงานรวม คน 1,852 1,861 1,698
คน 822 1,030 830 1,031 744 954
ร้อยละ 44.38 55.62 44.60 55.40 43.82 56.18
แบ่งตามประเภทการจ้างงาน
พนักงานประจำ คน - - - - 721 941
พนักงานสัญญาจ้าง คน - - - - 23 13
แบ่งตามลักษณะการจ้างงาน
พนักงานเต็มเวลา คน - - - - 798 742
พนักงานชั่วคราว คน - - - - 74 84
แบ่งตามอายุ
น้อยกว่า 30 ปี คน 41 118 41 105 36 95
30 - 50 ปี คน 532 752 489 762 457 717
50 ปี ขึ้นไป คน 249 160 300 164 250 143
แบ่งตามระดับตำแหน่ง
ผู้บริหารระดับสูง คน 28 21 38 24 16 6
ผู้จัดการ - ผู้บริหารระดับกลาง คน 233 257 119 159 109 116
พนักงานระดับปฏิบัติการ คน 561 752 673 848 618 833
แบ่งตามพื้นที่ปฏิบัติงาน
สำนักงานใหญ่ คน 635 871 646 866 572 792
สาขาในประเทศ คน 187 159 184 165 172 162
แบ่งตามสัญชาติ
ไทย คน 822 1,030 830 1,031 744 954
ร้อยละ 44.38 55.62 44.60 55.40 43.82 56.18
อื่น ๆ คน 0 0 0 0 0 0
ร้อยละ 0 0 0 0 0 0
การจ้างงานผู้พิการ
การจ้างงานผู้พิการ คน - - - - 6 2
ข้อมูลด้านสังคม หน่วย 2566 2567 2568
ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง
พนักงานเข้าใหม่รวม คน 174 149 94
คน 66 108 71 78 47 47
อัตราการจ้างพนักงานเข้าใหม่ ร้อยละ 9.40 8.00 5.54
ร้อยละ 3.56 5.83 3.82 4.20 2.77 2.77
แบ่งตามอายุ
น้อยกว่า 30 ปี คน - - - - 11 18
ร้อยละ - - - - 0.65 1.06
30 - 50 ปี คน - - - - 32 26
ร้อยละ - - - - 1.88 1.53
50 ปี ขึ้นไป คน - - - - 4 3
ร้อยละ - - - - 0.24 0.18
แบ่งตามสัญชาติ
ไทย คน - - - - 47 47
ร้อยละ - - - - 2.77 2.77
อื่น ๆ คน - - - - 0 0
ร้อยละ - - - - 0 0
แบ่งตามพื้นที่ปฏิบัติงาน
สำนักงานใหญ่ คน - - - - 45 45
ร้อยละ - - - - 2.65 2.65
สาขาในประเทศ คน - - - - 2 2
ร้อยละ - - - - 0.12 0.12
ข้อมูลด้านสังคม หน่วย 2566 2567 2568
ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง
พนักงานลาออกทั้งหมด คน 185 157 106
คน 75 110 75 82 55 51
อัตราการลาออกของพนักงาน ร้อยละ 9.99 8.44 6.24
ร้อยละ 9.12 10.68 9.04 7.95 3.24 3.00
แบ่งตามอายุ
น้อยกว่า 30 ปี คน - - - - 4 9
ร้อยละ - - - - 0.24 0.53
30 - 50 ปี คน - - - - 40 37
ร้อยละ - - - - 2.36 2.18
50 ปี ขึ้นไป คน - - - - 11 5
ร้อยละ - - - - 0.65 0.29
แบ่งตามสัญชาติ
ไทย คน - - - - 55 51
ร้อยละ - - - - 3.24 3.00
อื่น ๆ คน - - - - 0 0
ร้อยละ - - - - 0 0
แบ่งตามพื้นที่ปฏิบัติงาน
สำนักงานใหญ่ คน - - - - 43 39
ร้อยละ - - - - 2.53 2.30
สาขาในประเทศ คน - - - - 12 12
ร้อยละ - - - - 0.71 0.71
ข้อมูลด้านสังคม หน่วย 2566 2567 2568
หญิง หญิง หญิง
ผู้บริหารระดับสูง (เพศหญิง) ร้อยละ - - 0.35
ผู้จัดการ-ผู้บริหารระดับกลาง (เพศหญิง) ร้อยละ - - 6.83
พนักงานระดับปฏิบัติการ (เพศหญิง) ร้อยละ - - 49.06

หมายเหตุ : บริษัทไม่มีการจ้างพนักงานผู้พิการ เนื่องจากบริษัทฯ มีจำนวนลูกจ้างน้อยกว่า 100 คน จึงไม่มีเข้าหลักเกณฑ์การจ้างงานคนพิการตามที่ กฏหมายกำหนด แต่ทั้งนี้ธนชาตประกันภัย และราชธานีลิสซิ่งได้มีการจ้างพนักงานผู้พิการด้วย

ข้อมูลพนักงาน 2566 2567 2568
แบ่งตามตำแหน่ง
ผู้บริหารระดับสูง - 1.0 : 0.9 1.0 : 0.8
ผู้จัดการ - ผู้บริหารระดับกลาง - 1.0 : 1.0 1.0 : 1.1
พนักงานระดับปฏิบัติการ - 1.0 : 0.9 1.0 : 0.9
ข้อมูล 2566 2567 2568
พนักงานที่มีสิทธิลาคลอดเพื่อเลี้ยงดูบุตร (คน) 1,030 1,030 954
พนักงานที่ได้ใช้สิทธิลาคลอดเพื่อเลี้ยงดูบุตร (คน) 21 19 23
พนักงานที่กลับมาทำงานหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาการลาคลอดเพื่อเลี้ยงดูบุตร (คน) 21 19 23
อัตราพนักงานที่กลับมาทำงานหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาการลาคลอดเพื่อเลี้ยงดูบุตร (ร้อยละ) 100 100 100
ลาป่วย (วัน/คน) 9.62 10.75 28.52
ข้อมูล 2566 2567 2568
อัตราการบาดเจ็บจากการทํางาน (IR) 0 0 0
อัตราการบาดเจ็บจากการทํางานถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) 0 0 0
อัตราการเกิดอุบัติเหตุถึงขึ้นหยุดงาน (LDIR) 0 0 0
อัตราการเจ็บป่วยจากการทําางาน (ODR) 0 0 0
อัตราการขาดงาน (Absence Rate) 0 0 0
ข้อมูล 2566 2567 2568
ข้อร้องเรียนและข้อพิพาทด้านแรงงานทั้งหมด (กรณี) 0 0 0
ข้อร้องเรียนและข้อพิพาทด้านแรงงานที่ได้ข้อยุติแล้ว (กรณี) 0 0 0
ข้อร้องเรียนและข้อพิพาทด้านแรงงานที่อยู่ระหว่างดำเนินการ (กรณี) 0 0 0
ข้อมูล 2566 2567 2568
พนักงานที่ได้รับการประเมิน (ร้อยละ) 100 100 100
ข้อมูล 2566 2567 2568
การฝึกอบรมทั้งหมด (ชั่วโมง) 12,868.73 30,039.50 11,679
ผู้บริหารระดับสูง (ชั่วโมง/คน) 64.57 135.61 6
ผู้จัดการ-ผู้บริหารระดับกลาง (ชั่วโมง/คน) 131.21 187.15 9.06
พนักงานระดับปฏิบัติการ (ชั่วโมง/คน) 160.69 160.69 6.04