การจัดการผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียใน
ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ
ห่วงโซ่คุณค่า ของธุรกิจ
การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ มีผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อสร้างโอกาสและลดผลกระทบจากกิจกรรมในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จึงได้มีการวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของ บริษัทฯ ที่ประกอบธุรกิจลงทุนในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยมุ่งเน้นการสร้างระดับความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วน ได้เสีย พร้อมทั้งดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและเติบโตร่วม กันอย่างยั่งยืน
โดยมีกิจกรรมสนับสนุนเพื่อช่วยขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปอย่าง
มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ดังนี้
01
การจัดซื้อจัดจ้าง
ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามนโยบาย โปร่งใส คุ้มค่า พร้อมสนับสนุนการ จัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องใช้สำนักงานที่ ทันสมัย เพื่ออำนวยความสะดวกเพิ่ม ประสิทธิภาพและสนับสนุนการทำงาน อย่างมีประสิทธิผล
02
การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม
ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสนับสนุนการดำเนินงานเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกสบายให้ลูกค้า พร้อมสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีที่ยั่งยืน ปลอดภัยและขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาว
03
การบริหารทรัพยากรบุคคล
พัฒนาศักยภาพและทักษะบุคลากร ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นจริยธรรมความรับผิดชอบต่อสังคมและการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม
04
การจัดการโครงสร้าง พื้นฐาน
มีโครงสร้างการกำกับดูแลระบบบริหารความเสี่ยงและระบบควบคุมภายในที่สอดคล้องกับกฎหมายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องเพื่อการดำเนินงานที่โปร่งใสมีธรรมาภิบาล และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย

การจัดลำดับประเด็นสำคัญ
ด้านความยั่งยืน
บริษัทฯ กำหนดประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนโดยมุ่งเน้นเรื่องที่มีผลกระทบต่อ การดำเนินงาน ผลประกอบการ และผู้มีส่วนได้เสีย โดยพิจารณาความสอดคล้อง กับกลยุทธ์องค์กร ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึง ความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้อง พร้อมอ้างอิงข้อมูลและการวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจประเด็นสำคัญเหล่านี้ได้รับการจัดลำดับความสำคัญและทบทวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการและการวางกลยุทธ์ขององค์กรมีประสิทธิผล นอกจากนี้ การประเมินครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และด้านบรรษัทภิบาล (ESG) ซึ่งช่วยให้บริษัทฯ สามารถดำเนินธุรกิจ อย่างยั่งยืน เพื่อสร้างคุณค่าต่อองค์กรผู้มีส่วนได้เสีย และสังคมโดยรวม
กระบวนการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ
ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้ ดังนี้
การระบุประเด็นด้านความยั่งยืน
01
พิจารณาและระบุประเด็นด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยอ้างอิงจากบริบทอุตสาหกรรมแนวโน้มด้านความยั่งยืนในระดับประเทศและระดับสากล ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และด้านบรรษัทภิบาล (ESG) จากนั้นนำเสนอผู้บริหารระดับสูงเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในการระบุประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน
การจัดลำดับประเด็นสำคัญ ด้านความยั่งยืน
02
ประเมินระดับความสำคัญของแต่ละประเด็น โดยวิเคราะห์ผลกระทบต่อองค์กร และผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงข้อมูลที่ได้รับจากกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อนำมาจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน
การตรวจสอบประเด็นสำคัญ ด้านความยั่งยืน
03
โดยผู้บริหารระดับสูงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบข้อมูลรวมถึงกำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย จากนั้นจึงนำเสนอต่อคณะจัดการด้านความยั่งยืนเพื่อพิจารณาเห็นชอบ คณะกรรมการบริหารเพื่อพิจารณาอนุมัติ และเผยแพร่ในรายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report)
การทบทวนประเด็นสำคัญ ด้านความยั่งยืน
04
ทบทวนประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนอย่างสม่ำเสมอ โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียและการติดตามบริบททางธุรกิจ เพื่อให้การดำเนินงานด้านความยั่งยืนมีความเหมาะสม สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง และสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างมี ประสิทธิภาพ
ประเด็นสำคัญ ด้านความยั่งยืน
ในปี 2568 ได้ดำเนินการทบทวนประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน (Materiality Review) โดยพิจารณาจากบริบททางธุรกิจ ความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืน ตลอดจนข้อคิดเห็นและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญ ผลจากการทบทวนประเด็นความยั่งยืนที่สำคัญทำให้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง บางประเด็นจากปี 2567 เพื่อให้สอดคล้องกับลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของกลุ่มธนชาต ทั้งนี้ การดำเนินงานด้านความยั่งยืนยังคงดำเนินต่อเนื่องตามแผนพร้อมพัฒนาและปรับปรุงมาตรการให้เหมาะสมกับบริบท และความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย ส่งผลให้สามารถระบุประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนได้รวม 15 ประเด็น

| ด้านสิ่งแวดล้อม | ด้านสังคม | ด้านบรรษัทภิบาล |
|---|---|---|
|
|
|