
ด้านสิ่งแวดล้อม
กลุ่มธนชาตให้ความสำคัญต่อการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาได้มีนโยบายในการดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของบริษัทในกลุ่ม เพื่อสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มธนชาตมีความมุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม จึงกำหนดให้มีการดำเนินการด้านการจัดการพลังงาน การจัดการน้ำ การจัดการขยะ ของเสีย และมลพิษ รวมไปถึงการจัดการก๊าซเรือนกระจก โดยส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่ปลูกฝังจิตสำนึก รักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งยังดำเนินงานในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของธุรกิจ ที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงิน
กลุ่มธนชาตตระหนักถึงแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่องตามการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และจำนวนประชากร ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านการขาดแคลนพลังงานในอนาคต รวมถึงส่งผล กระทบต่อ สิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาวะโลกร้อน อันก่อให้เกิดมลพิษ ภัยธรรมชาติ และกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันดำเนินมาตรการเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว และสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ในฐานะกลุ่มบริษัทที่มีบทบาทในการสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ให้ความสำคัญกับ ความรับผิดชอบต่อการใช้ทรัพยากร พลังงาน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดำเนินงาน ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ได้กำหนดนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการอนุรักษ์พลังงานภายในอาคารสำนักงานอย่างเป็นรูปธรรม การบูรณาการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดำเนินงาน รวมถึงการส่งเสริม การมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับ โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือของบุคลากรในระดับองค์กรจะก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกต่อการอนุรักษ์พลังงานและ สิ่งแวดล้อมในระดับประเทศ อันนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
ในปี 2568 กลุ่มธนชาตได้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วม ด้านสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมการลดการใช้พลังงาน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการจัดการขยะตามหลัก 3R ได้แก่ Reduce, Reuse และ Recycle ผ่านโครงการที่สามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวมุ่งลดการใช้ทรัพยากรและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระยะยาว
เป้าหมายและแผนดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของกลุ่มธนชาต
การดำเนินงานด้านการส่งเสริมการลดการใช้พลังงานและทรัพยากรของกลุ่มธนชาต ปี 2568 กลุ่มธนชาตมีการดำเนินการตามโครงการ

ส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม
บริษัทผู้ดำเนินโครงการ: กลุ่มธนชาต
วัตถุประสงค์โครงการ: เพื่อลดและควบคุมผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของ กลุ่มธนชาตต่อสิ่งแวดล้อม
รายละเอียดโครงการ:
ด้านการใช้พลังงาน
- จัดซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าแบบประหยัดพลังงานเพื่อทดแทนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุดเสียหาย
- จัดทำแผนบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศและระบบเติมอากาศอย่างสม่ำเสมอ
- เปลี่ยนหลอดไฟภายในอาคารเป็นหลอดประเภท LED แบบแกลลอน จำนวน 270 หลอด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่สำนักงาน
- กำหนดพนักงานผู้รับผิดชอบดูแลการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าโดยตรง
- บำรุงรักษาและตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นประจำเพื่อให้เครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- สร้างความตระหนักรู้ในการลดการใช้พลังงาน วัสดุสิ้นเปลืองต่างๆ เพื่อลดภาวะโลกร้อน
- ติดสติกเกอร์รณรงค์ให้พนักงานใช้ไฟอย่างประหยัด
- ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แนวทางการประหยัดไฟฟ้าและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านการใช้น้ำ
- รณรงค์การใช้น้ำเท่าที่จำเป็น และปิดอุปกรณ์หลังการใช้งาน
- รณรงค์การห้ามทิ้งเศษอาหาร กระดาษชำระ หรือสิ่งอื่นใดลงใน โถชักโครก
- สร้างความตระหนักรู้ในการลดการใช้น้ำ เพื่อลดภาวะโลกร้อน
- ติดสติกเกอร์รณรงค์ให้พนักงานใช้น้ำอย่างประหยัด
- ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แนวทางการประหยัดน้ำและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านการจัดการขยะ ของเสีย และมลพิษ
- การลดขยะด้วยแนวคิด 3R (Reduce, Reuse, Recycle) เป็นแนวทางในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น การนำสิ่งของกลับมาใช้ซ้ำ และการคัดแยกขยะเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ในกระบวนการผลิตอย่างเหมาะสม
- ติดตั้งถังดักไขมันทุกซิงค์น้ำ เพื่อดักแยกไขมันก่อนทิ้งน้ำเสียสู่แหล่งน้ำสาธารณะ
- ส่งเสริมการลดการใช้เครื่องถ่ายเอกสารเพื่อลดมลพิษที่เกิดจากการทำงานประจำวัน
ด้านการใช้กระดาษ
- สำรวจข้อมูลการใช้กระดาษของทุกฝ่ายงานเพื่อสร้างความตระหนักถึงการใช้กระดาษของแต่ละฝ่ายงาน และเป็นแนวทางให้ฝ่ายงานในการลดการใช้กระดาษ
- รณรงค์นำกระดาษที่ใช้แล้วกลับมาใช้ซ้ำ
- เลือกใช้เครื่องพิมพ์เอกสารและเครื่องถ่ายเอกสาร ที่มีระบบ การพิมพ์ 2 หน้า
- พัฒนาระบบงานโดยมุ่นเน้นการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
- ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แนวทางการประหยัดกระดาษและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ แชร์เอกสารผ่านช่องทาง Electronic Messenger / E-Document / E-Approval / One Drive / Public Folder / Workflow Automation แทนการส่ง Hard Copy หรือ การใช้บริการส่งเอกสาร เพื่อลดปริมาณการใช้กระดาษและอุปกรณ์เครื่องเขียน พร้อมทั้งลดการใช้บริการผู้ส่งเอกสาร (Messenger)

โครงการพี่ชาตอาสาช่วยลดโลกร้อน
บริษัทผู้ดำเนินโครงการ: ธนชาตประกันภัย
วัตถุประสงค์โครงการ: มุ่งสนับสนุนกิจกรรมภายใต้นโยบายการจัดการ ด้านความยั่งยืน หรือ ESG ด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท เพื่อจุดประกายให้สังคมได้ตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า สร้างพลังในการขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมสู่อนาคตที่ดี โดยเปิดโอกาสให้พนักงานได้ร่วมกัน สร้างโลกที่ดีขึ้น ตระหนักรู้ว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัวแต่สามารถทำเรื่องใกล้ตัวให้เห็นผลเป็นรูปธรรมได้ และพร้อมจะขับเคลื่อนความยั่งยืนจากระดับองค์กร (Corporate Sustainability) ไปสู่ความยั่งยืนระดับโลกได้ในอนาคต
รายละเอียดโครงการ:
- ในปี 2568 พนักงานรวบรวมส่งชุดยูนิฟอร์มเก่า เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างเหมาะสม
- โดยมีแผนรวบรวมเพิ่มเติมในปี 2569 เพื่อส่งต่อให้ ผู้ผลิตผ้ารีไซเคิลและสิ่งทอที่ยั่งยืน (Sustainable Textiles) นำไปแปรรูปเป็นวัตถุดิบหมุนเวียน ลดปริมาณขยะสิ่งทอ ลดภาระต่อระบบกำจัดของเสีย และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในระยะยาว

โครงการร่วมกับ ตลท.
บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการ Climate Care Collaboration Platform (3 สหายสายกรีน รวมพลังบวก กู้วิกฤตลดโลกร้อน) ของตลท. มาอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกรอบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในองค์กรที่มุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ให้แก่บุคลากรทุกระดับ พร้อมทั้งสนับสนุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรและการส่งเสริมรูปแบบการดำเนินงานที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Operations) เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย การลดก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มธนชาตในระยะยาว
โดยในปี 2568 กลุ่มธนชาตได้ดำเนินการด้านการจัดการทรัพยากร และการจัดการขยะและของเสียอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
โดยในปี 2568 กลุ่มธนชาตได้ดำเนินการด้านการจัดการทรัพยากร และการจัดการขยะและของเสียอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

การจัดการทรัพยากรดำเนินการโดยเข้าร่วมโครงการลดการใช้กระดาษของ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) ซึ่งมุ่งเน้น การปรับเปลี่ยนรูปแบบเอกสารจากกระดาษสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Paperless) จากการดำเนินงานดังกล่าวสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวม 93.15 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e)

การจัดการขยะและของเสีย (ขยะรีไซเคิล) ดำเนินการผ่านการรณรงค์และ ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะอย่างถูกต้องก่อนทิ้ง ลงในจุดที่จัดเตรียมไว้ โดยวัสดุรีไซเคิลที่รวบรวมได้ถูกส่งต่อเข้าสู่โครงการด้านสิ่งแวดล้อมของพันธมิตร ได้แก่ โครงการ GC YOUเทิร์น สำหรับขวดพลาสติก โครงการหลังคาเขียว เพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สำหรับกล่องนม การรวบรวมปฏิทินเก่าเพื่อสนับสนุนศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด จากการดำเนินงานดังกล่าวสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวม 0.07 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e)
ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวส่งผลให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวม 93.21 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ซึ่งเทียบเท่ากับการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ของต้นไม้ประมาณ 9,812 ต้นต่อปี สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มธนชาต ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
ผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม
(โดยขอบเขตของข้อมูลครอบคลุม บริษัทฯ ราชธานีลิสซิ่งและธนชาตประกันภัย)
| ตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
|---|---|---|---|
| การใช้พลังงานไฟฟ้า | |||
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้า (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 1,445,938 | 1,529,941 | 1,453,556 |
| อัตราการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น (ลดลง) (ร้อยละ) | - | 5.81 | 0.53 |
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อจำนวนพนักงาน (กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อคน) | 958 | 992 | 951 |
| อัตราการใช้ไฟฟ้าต่อจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้น (ลดลง) (ร้อยละ) | - | 3.55 | (0.66) |
| ค่าใช้จ่ายในการใช้ไฟฟ้า (บาท) | 8,573,573 | 8,437,512 | 8,097,224 |
| อัตราค่าใช้จ่ายในการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น (ลดลง) (ร้อยละ) | - | (1.59) | (5.56) |
| การใช้น้ำ | |||
| ปริมาณการใช้น้ำ (ลูกบาศก์เมตร) | 11,457 | 13,117 | 12,287 |
| อัตราการใช้น้ำเพิ่มขึ้น (ลดลง) (ร้อยละ) | - | 14.49 | 7.24 |
| ปริมาณการใช้น้ำต่อจำนวนพนักงาน (ลูกบาศก์เมตรต่อคน) | 8.36 | 9.34 | 8.80 |
| อัตราการใช้น้ำต่อจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้น (ลดลง) (ร้อยละ) | - | 11.64 | 5.25 |
| ค่าใช้จ่ายในการใช้น้ำ (บาท) | 265,533 | 310,990 | 302,596 |
| อัตราค่าใช้จ่ายในการใช้น้ำเพิ่มขึ้น (ลดลง) (ร้อยละ) | - | 17.12 | 13.96 |
| ขยะไม่อันตราย (กระดาษ) | |||
| ปริมาณการใช้กระดาษ (กิโลกรัม) | 22,698 | 22,180 | 21,033 |
| อัตราการใช้กระดาษเพิ่มขึ้น (ลดลง) (ร้อยละ) | - | (2.28) | (7.34) |
| ค่าใช้จ่ายในการซื้อกระดาษ (บาท) | 771,374 | 796,241 | 753,359 |
| อัตราค่าใช้จ่ายในการซื้อกระดาษเพิ่มขึ้น (ลดลง) (ร้อยละ) | - | 3.22 | (2.34) |
หมายเหตุ:
- อัตราการเพิ่มขึ้น (ลดลง) เปรียบเทียบข้อมูลกับปีฐานในปี 2566 (เปลี่ยนปีฐานจากเดิมปี 2565 เนื่องจากบริษัทฯ มีการเปลี่ยนแปลงบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจสำคัญ และมีการขยายพื้นที่สำนักงานของบริษัทในกลุ่ม โดยขอบเขตของข้อมูลครอบคลุม บริษัทฯ ราชธานีลิสซิ่ง และธนชาตประกันภัย
- การใช้น้ำ การใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการขยายพื้นที่สำนักงานของบริษัทในกลุ่ม
- การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 2 (Scope 2) เป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้ไฟฟ้าพลังงานไฟฟ้าภายในองค์กรและขอบเขตที่ 3 (Scope 3) เป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้น้ำและกระดาษ โดยอ้างอิงวิธีการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Footprint) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
- บริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อให้สามารถเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1
โครงการและกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับการ รักษาสิ่งแวดล้อมของกลุ่มธนชาต
ดำเนินการติดตั้งป้ายรณรงค์การประหยัดพลังงาน น้ำ และกระดาษเช็ดมือ พร้อมติดตั้งสัญลักษณ์ที่สวิตช์ไฟฟ้า เพื่อให้พนักงาน เปิด–ปิดไฟฟ้า และปิดก๊อกน้ำหลังใช้งาน รณรงค์ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการประหยัดพลังงานและทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มธนชาตให้ความสำคัญกับการจัดการขยะภายในองค์กร เพื่อสร้างมาตรฐานการบริหารจัดการและลดผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อม จึงได้จัดตั้งถังขยะแยกประเภทไว้ตามจุดต่าง ๆ ภายในองค์กร พร้อมรณรงค์ให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วม ในการลดปริมาณขยะและคัดแยกขยะตามประเภท ได้แก่ ขยะรีไซเคิล ขยะทั่วไป และขยะเปียก อย่างถูกต้องก่อนทิ้ง เพื่อให้ง่ายต่อการกำจัดหรือการนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

กลุ่มธนชาตจัดกิจกรรม โครงการรีไซเคิลแลกต้นไม้ให้แม่ เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ปี 2568 โดย คุณพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทฯ ได้มอบต้นไม้ฟอกอากาศให้แก่ผู้บริหารและพนักงาน เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม เสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า การรีไซเคิลวัสดุ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวผ่านการปลูกต้นไม้ฟอกอากาศ ทั้งนี้ วัสดุรีไซเคิลที่ได้รับได้นำส่งต่อให้วัดจากแดงและโครงการ GC YOUเทิร์น เพื่อสร้างคุณค่าร่วมทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


กลุ่มธนชาตดำเนินโครงการรณรงค์การจัดเก็บกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วเพื่อนำกลับมารีไซเคิล ภายใต้โครงการ “เปลี่ยนกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วให้เป็นแผ่นหลังคาบ้าน” โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการรวบรวมกล่องนมใช้แล้ว ส่งมอบให้แก่บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด โครงการดังกล่าวสนับสนุนการดำเนินงานด้าน ESG ผ่านการเสริมสร้างความรู้ ด้านการรีไซเคิล การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดปริมาณขยะอย่างยั่งยืน

กลุ่มธนชาตให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการขยะภายในองค์กร เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างมาตรฐาน การจัดการ จึงดำเนินโครงการ แยก–ล้าง–บีบ–พับ–ทิ้งลงถัง สำหรับขวด แก้ว และพลาสติก โดยพนักงานมีส่วนร่วมในการ คัดแยกขยะรีไซเคิลอย่างถูกต้องก่อนทิ้งลงถัง โดยขยะรีไซเคิลที่จัดเก็บจะถูกส่งต่อให้กับ GC YOUเทิร์น ภายใต้กิจกรรม “แยกขวดช่วยน้อง” เปลี่ยนขวดพลาสติกใส 21 ขวด เป็นกระเป๋านักเรียนเพื่อการศึกษา โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นใน การส่งเสริมการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางสังคม

กลุ่มธนชาตจัดโครงการ “ปฏิทินเก่า มีค่า เราไม่ทิ้ง” ส่งมอบปฏิทินเก่าให้แก่ ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด เพื่อนำไปผลิตสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบอักษรเบรลล์ พร้อมมอบเงินบริจาค 50,000 บาท สนับสนุนการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้พิการทางสายตาอย่างยั่งยืน โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มธนชาตในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและสร้างคุณค่าทางสังคมอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มธนชาตดำเนินโครงการ “ฝาขวด…ลดโลกร้อน” และ “ถุงวิบวับ…รีไซเคิลได้” โดยรณรงค์ให้พนักงานร่วมคัดแยกขยะรีไซเคิล ได้แก่ ฝาขวดน้ำและถุงวิบวับ เพื่อนำส่งต่อให้ศูนย์การเรียนรู้สิ่งแวดล้อมวัดจากแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์และพลังงาน โครงการดังกล่าวช่วยลดปริมาณขยะฝังกลบ สร้างรายได้ให้ชุมชน และส่งเสริมจิตสำนึกด้านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

